หน้าเหี่ยว เกิดจากสาเหตุอะไร

หน้าเหี่ยว

หน้าเหี่ยว

หลายคนอาจกังวลกับปัญหาริ้วรอยก่อนวัย ผิวหน้าหย่อนคล้อย หรือร่องลึกที่ดูเกินอายุ จนพยายามสรรหาครีมบำรุงราคาแพงมาประโคมผิว แต่ต้นเหตุที่แท้จริงอาจไม่ได้มาจากปัจจัยภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่มาจาก “ความหวาน” ที่เราเติมเข้าสู่ร่างกายในทุกๆ วัน น้ำตาลไม่ใช่แค่เรื่องของแคลอรี แต่มันคือตัวการร้ายที่ทำลายความแข็งแรงของโครงสร้างผิวระดับเซลล์อย่างน่ากลัว

คลิกอ่านหัวข้อที่น่าสนใจ

หน้าเหี่ยวย่น

เกิดจากสภาวะน้ำตาลในเลือดสูงและการควบคุมโรคเบาหวานที่ไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลโดยตรงต่อการเร่งกระบวนการแก่ชราของใบหน้า ปัจจัยหลักเกิดจากการขัดขวางการทำงานของเม็ดเลือดขาวและการผลิตคอลลาเจน นำไปสู่การเกิดริ้วรอยร่องลึกที่เด่นชัดกว่าปกติ โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตาและ ร่องแก้ม 

นอกจากนี้ ในกรณีที่รุนแรง การควบคุมระดับน้ำตาลที่ไม่ดีอาจส่งผลกระทบต่อเส้นประสาทที่เลี้ยงใบหน้า ทำให้เกิดอาการหน้าเบี้ยวครึ่งซีกหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง การป้องกันผ่านการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายจึงเป็นแนวทางหลัก ขณะที่การศัลยกรรม ดึงหน้า ถูกนำมาใช้เป็นทางเลือกในการรักษาทั้งเพื่อความงามและการฟื้นฟูสมรรถภาพการมองเห็น

หน้าเหี่ยวเกิดจาก

หน้าเหี่ยวย่น
ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำตาลและความเหี่ยวย่นของใบหน้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณการบริโภคเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการสุขภาพโดยรวม ดังนี้:
  • ผลกระทบต่อคอลลาเจนและเม็ดเลือดขาว: ในผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ดีในระยะยาว จะส่งผลให้เม็ดเลือดขาวทำงานผิดปกติ และกระบวนการสร้างคอลลาเจนมีประสิทธิภาพลดลง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
  • ปัจจัยด้านพฤติกรรม: การรับประทานของหวานในปริมาณมากอาจไม่ส่งผลเสียต่อผิวพรรณในทันที หากบุคคลนั้นมีการออกกำลังกายที่เพียงพอและดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอเพื่อเผาผลาญน้ำตาลส่วนเกิน

หน้าเหี่ยวก่อนวัย

สำหรับผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงแบบคุมไม่อยู่ ริ้วรอยและร่องลึกบนใบหน้าจะมีความ “ดิ่งลึก” และชัดเจนกว่าคนทั่วไปในวัยเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด โดยบริเวณที่เป็นจุดสังเกตสำคัญ ได้แก่:
  • บริเวณรอบดวงตา: เกิดริ้วรอยย่นถี่และลึกกว่าปกติ
  • ร่องแก้ม: ความหย่อนคล้อยที่รุนแรงทำให้ร่องแก้มดูลึกจนใบหน้าดูโทรม
  • ร่องใต้ตา: การสูญเสียความยืดหยุ่นทำให้เกิดรอยพับและร่องลึกที่แก้ไขได้ยากด้วยเครื่องสำอาง
ความแตกต่างที่ชัดเจนคือ ผิวของผู้ที่คุมน้ำตาลไม่ได้จะมีลักษณะ “ย่น” และสูญเสียความหนาแน่นของชั้นผิว มากกว่าริ้วรอยตามวัยปกติ

ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง: อาการหน้าเบี้ยวและความเสียหายทางประสาท

การปล่อยให้น้ำตาลในเลือดสูงจนวิกฤตไม่เพียงแต่ทำให้หน้าแก่ แต่ยังส่งผลกระทบต่อเส้นประสาทใบหน้า (Facial Nerve) โดยตรง
  • เมื่อระดับน้ำตาลสูงจะเข้าไปทำลายหลอดเลือดเล็กๆ ที่ไปเลี้ยงเส้นประสาท ส่งผลให้เส้นประสาททำงานผิดปกติ จนเกิดภาวะหน้าเบี้ยวหรืออัมพาตครึ่งซีก (Facial Palsy)
  • อาการหน้าเบี้ยวนี้มีกลไกคล้ายกับอาการ “ชาตามมือตามเท้า” ในผู้ป่วยเบาหวานที่เส้นประสาทส่วนปลายถูกทำลาย เป็นการเตือนว่าระดับน้ำตาลกำลังเข้าขั้นอันตรายจนระบบประสาทเริ่มล้มเหลว
  • ผลกระทบต่อการมองเห็น เมื่อผิวหนังและกล้ามเนื้อใบหน้าหย่อนคล้อยอย่างรุนแรงจากโรค อาจส่งผลให้หนังตาตกลงมาบดบังการมองเห็น ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์

ครีมลดริ้วรอยหน้าเหี่ยวยี่ห้อไหนดี

เมื่อปัญหาลุกลามจนถึงจุดที่ครีมบำรุงระดับพรีเมียมก็กู้ไม่กลับ เช่น หนังตาตกย่นลงมาจนปิดบังการมองเห็น คิ้วตก จนเสียบุคลิกภาพ หรือหน้าเบี้ยวผิดรูปจากการที่เส้นประสาทเสียหาย 
ในกรณีนี้ความหย่อนคล้อยส่งผลต่อการใช้ชีวิต การผ่าตัดดึงหน้าจึงเป็นการรักษาที่สำคัญ เพราะได้ทั้งความงาม ทั้งยังเป็นการแก้ไขให้ระบบการมองเห็นกลับมาเป็นปกติ และปรับสมดุลใบหน้าให้กลับมาอ่อนกว่าวัยอีกด้วย
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากคุณหมอ

วิธีป้องกันและแก้ไขหน้าเหี่ยวก่อนวัย

แนวทางการจัดการปัญหาความเสื่อมสภาพของใบหน้าจากสภาวะน้ำตาลสูงแบ่งออกเป็นสองระดับคือ:

การป้องกัน

  • รับประทานน้ำตาลและของหวานในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากจนเกินไป
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษาสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือด

การรักษาทางการแพทย์

เมื่อปัญหาความหย่อนคล้อยมาถึงจุดที่ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหรือเครื่องมือยกกระชับทั่วไปไม่สามารถแก้ไขได้ การผ่าตัดดึงหน้า จึงเป็นการแก้ไขที่เหมาะสม ซึ่งจะส่งผลดังนี้:

  • ช่วยรักษา: ปัญหาหนังตาตกปิดการมองเห็น และคิ้วตก
  • ช่วยฟื้นฟู: ในกรณีผู้ป่วยหน้าเบี้ยวจากการคุมเบาหวานไม่ได้ การดึงหน้าสามารถช่วยปรับโครงสร้างใบหน้าให้กลับมามีความใกล้เคียงกันทั้งสองซีกและดูเท่ากันมากขึ้น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากคุณหมอ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากคุณหมอ

สรุป

การมีผิวพรรณที่อ่อนเยาว์และโครงสร้างใบหน้าที่แข็งแรงไม่ได้เริ่มจากโต๊ะเครื่องแป้ง แต่เริ่มจาก “โต๊ะอาหาร” การลดหวานในวันนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อรูปร่าง แต่คือการรักษาเส้นประสาทและคอลลาเจนให้คงอยู่กับเราไปนานๆ ก่อนจะตักน้ำตาลเข้าปากในคำต่อไป ลองถามตัวเองดูสักนิดว่า “ความหวานคำนี้ แลกกับความแก่ชราและสุขภาพใบหน้าของคุณ… คุ้มค่ากันแล้วจริงๆ หรือ?”

เนื้อหาโดย

Picture of หมอนัตตี้
หมอนัตตี้

ผศ.พญ.ศริญญา อุราธรรมกุล
ว.34407

รู้จักคุณหมอ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากคุณหมอ
ทีมอาจารย์แพทย์ โรงพยาบาลธีรพร