แก้มห้อย
ปัญหานี้เป็นหนึ่งในปัญหากวนใจที่ทำให้หลายคนสูญเสียความมั่นใจ เพราะเมื่อแก้มเกิดความหย่อนคล้อย ใบหน้าที่เคยดูมีมิติและเป็นรูปทรงวีเชฟ ก็จะดูเหลี่ยมและกลมมากขึ้น อีกทั้งยังทำให้ดูมีอายุมากกว่าความเป็นจริง บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา พร้อมแนะนำนวัตกรรมการ ดึงหน้า จากโรงพยาบาลธีรพรที่จะช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้คุณอีกครั้ง
คลิกอ่านหัวข้อที่น่าสนใจ
เกิดจากอะไร?
หลายคนอาจคิดว่าเกิดขึ้นกับผู้ที่มีอายุมากเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปัญหานี้สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุและพบได้ในหลายช่วงวัย ดังนี้:
- สาเหตุในคนอายุน้อย: ในวัยรุ่นหรือคนที่อายุยังน้อย อาจเกิดจากลักษณะโครงสร้างใบหน้าตามกรรมพันธุ์ การมีไขมันสะสมบริเวณแก้มเยอะ หรือผู้ที่เคยผ่านการผ่าตัดลดกระดูกโหนกแก้ม ซึ่งทำให้กระดูกที่เคยเป็นฐานรองรับใบหน้าเตี้ยลง ส่งผลให้ไขมันและแก้มตกลงมาจนดูห้อยย้อยได้
- สาเหตุจากอายุที่เพิ่มขึ้น: เมื่ออายุมากขึ้น โดยเฉพาะผู้หญิงที่เริ่มเข้าสู่วัยทอง (อายุประมาณ 45-50 ปีขึ้นไป) ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินในผิวหนังได้น้อยลง ทำให้ผิวเสื่อมสภาพและขาดความยืดหยุ่น ประกอบกับภาวะกระดูกบางตามธรรมชาติที่ทำให้ฐานรองรับโครงหน้าเตี้ยลง โครงสร้างผิวจึงเกาะไม่อยู่และตกลงมาจนเกิดเป็นปัญหาแก้มห้อยและริ้วรอย ร่องแก้มลึก
- สาเหตุจากการฉีดสารเติมเต็มในอดีต: สำหรับบางคนที่เคยฉีด “ซิลิโคนเหลว” ซึ่งเป็นสารที่ไม่สลายตัวเหมือนฟิลเลอร์ในปัจจุบัน เมื่อเวลาผ่านไป ซิลิโคนเหล่านี้จะเกิดการสะสมและไหลย้อยลงมาตามแรงโน้มถ่วง ทำให้ห้อยและผิดรูปได้
วิธีแก้ไข
หากคุณกำลังมองหาวิธีแก้ปัญหาอย่างตรงจุดและปลอดภัย โรงพยาบาลธีรพร มีบริการแก้ไขความหย่อนคล้อยด้วยเทคนิคการผ่าตัดดึงหน้าแบบเฉพาะทาง ดังนี้:
- การทำ Face-Lock ช่วงล่าง (Lower Face-Lock): เป็นเทคนิคที่ตอบโจทย์คนที่มีปัญหาแก้มลักษณะนี้โดยตรง แพทย์จะทำการผ่าตัดซ่อนแผลไว้บริเวณหน้าหู โดยจะทำการตัดผิวหนังส่วนเกินออก กระชับถึงโครงสร้างชั้นลึก (ชั้น SMAS) และย้ายกระเปาะไขมันที่หย่อนคล้อยให้กลับไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
- ผลลัพธ์ที่ได้: ใบหน้าจะกลับมาดูเรียวเป็นวีเชฟมากขึ้น ร่องแก้มและร่องน้ำหมากดูตื้นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- แผลเล็ก ฟื้นตัวไว: เทคนิคของโรงพยาบาลธีรพรจะใช้การล็อคเป็นจุดๆ หรือแยกส่วนได้ ทำให้แผลมีขนาดเล็ก ไม่จำเป็นต้องกรีดยาวจนเจ็บหนัก และใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน
คำแนะนำเพิ่มเติมจากแพทย์
ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการดึงหน้าคือช่วงอายุ 40 กว่า ถึง 50 ปี (ช่วงที่เริ่มมีความหย่อนคล้อย) เพราะผิวหนังยังพอมีความยืดหยุ่นอยู่บ้าง ทำให้ทำแผลได้เล็กและแผลหายเร็วกว่าการรอให้เกิดปัญหาหนักๆ แล้วค่อยมาทำตอนอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งตอนนั้นคอลลาเจนและความยืดหยุ่นของผิวจะแทบไม่เหลือแล้ว ทำให้ต้องทำการผ่าตัดดึงหน้ามากกว่าปกติ
รีวิว
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากคุณหมอ
สรุป
ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงที่ผิวชั้นนอก แต่คือความซับซ้อนของมวลกระดูกที่บางลง ไขมันที่เคลื่อนที่ และผลกระทบจากการทำหัตถการในอดีต การเรียกคืนความเชื่อมั่นและใบหน้า V-Shape ที่คมชัดจึงไม่ใช่แค่การดึงให้ตึง แต่คือการจัดระเบียบโครงสร้างภายในใหม่ผ่านเทคนิคที่เชี่ยวชาญอย่าง Face-Lock



















