
ก่อนที่จะตัดสินใจ ดึงหน้า ปัญหาหลักที่คุณต่ายพบคือ ภาวะตาตก และมีร่องน้ำหมากหรือร่องแก้มที่ลึกมากสิ่งเหล่านี้ทำให้แววตาดูไม่สดใส เวลาตื่นเช้ามาส่องกระจกแล้วรู้สึกว่า ใบหน้าดูเศร้าหมองและมีริ้วรอยตามวัย จึงได้ตัดสินใจเข้ามาปรึกษากับทางธีรพรคลินิกเพื่อปรับแก้โครงหน้า
บรรยากาศวันผ่าตัดที่ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เมื่อถึงวันผ่าตัดจริง คุณต่ายเล่าว่ามีความรู้สึกกลัวมากจนถึงขั้นร้องไห้และเกือบจะล้มเลิกความตั้งใจในห้องผ่าตัด แต่คุณหมอชลธิศได้เข้ามาพูดคุยให้คลายความกังวล ในระหว่างการผ่าตัด
บรรยากาศในห้องไม่ได้ตึงเครียด มีการเปิดเพลงให้ฟังอย่างเป็นกันเอง และใช้วิธีการให้ยาทางสายน้ำเกลือเพื่อให้เคลิ้มหลับ ซึ่งคุณต่ายยืนยันว่า ไม่รู้สึกเจ็บเลยพอตื่นขึ้นมาก็รู้สึกเหมือนได้หลับพักผ่อนเต็มอิ่ม และไม่มีอาการเบลอยาแต่อย่างใด
หลังจากทำเสร็จ เมื่อทีมงานนำกระจกมาให้ส่อง วินาทีแรกที่คุณต่ายเห็นตัวเองถึงกับต้องถามซ้ำๆ ว่า “นั่นใคร” เพราะใบหน้าที่ได้มีความเรียวและดูสดใสขึ้นมากจนถึงกับน้ำตาไหล
ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นไม่ได้เปลี่ยนให้คุณต่ายดูเป็นคนอื่น แต่ ยังคงเป็นตัวตนเดิมในเวอร์ชันที่ดีขึ้นกว่าเดิมการตัดสินใจทำศัลยกรรมครั้งนี้ช่วยเปลี่ยนจากหน้าที่เคยดูเศร้าหมองให้กลับมาดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
หลายคนมักเข้าใจผิดว่าการทำศัลยกรรมจะต้องนอนพักฟื้นติดเตียงไปอีกหลายวัน แต่คุณต่ายได้ แชร์ประสบการณ์ดึงหน้า ว่าหลังทำเสร็จสามารถลุกเดินและเต้นได้ตามปกติทันที และยังสามารถออกมาไลฟ์สดพูดคุยกับแฟนๆ ได้หลังจากผ่านไปเพียง 23 ชั่วโมงเท่านั้น ที่โรงพยาบาลธีรพรมีเทคนิคพิเศษที่ไม่เหมือนใครคือ แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กมาก และใช้เทคนิคการเย็บแบบ “เนา”
สำหรับการดูแลหลังผ่าตัด ที่นี่ให้ความสำคัญกับเรื่องความสะอาดเพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้ออย่างมาก มีการบริการสระผมให้ลูกค้า ล้างแผลทุกวัน ฉีดยาลดบวม และอบด้วยแสง นอกจากนี้ คุณหมอยังมีเทคนิคแปลกใหม่คือ ให้เดินบนลู่วิ่งเป็นเวลา 1 ชั่วโมงเพื่อช่วยลดอาการบวม ซึ่งได้ผลดีมาก
ท้ายที่สุดคุณต่ายได้เน้นย้ำว่า การทำศัลยกรรมนั้น “ความปลอดภัยและประสบการณ์ของสถานพยาบาลเป็นสิ่งสำคัญที่สุด” การที่ได้เห็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการหลายท่าน เช่น
คุณอรอนงค์ และคุณแพนเค้ก มาทำศัลยกรรมที่นี่ ยิ่งเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือ คุณต่ายจึงกล้าการันตีและไม่รู้สึกผิดหวังเลยที่เลือกไว้ใจให้ธีรพรคลินิกเป็นผู้เปลี่ยนแปลงชีวิตในครั้งนี้