อาการตาปลิ้น (Ectropion) เกิดจากอะไร แก้ไขได้อย่างไร

ตาปลิ้น

ตาปลิ้น เกิดจากอะไร

ตาปลิ้น (Ectropion) หรือที่คนไข้มักเรียกว่า “ตาแบะ” “ตาแหก” หรือ “ตาเหลือก” คือภาวะผิดปกติที่เกิดขึ้นภายหลังจากการทำศัลยกรรมผ่าตัดบริเวณ “ตาล่าง”

โดยสาเหตุสำคัญที่สุดเกิดจากการที่แพทย์ผู้ผ่าตัดทำการประเมินคนไข้ก่อนผ่าตัดไม่ครอบคลุม เช่น ไม่ได้วัดในทัศนคติหรือท่าทางที่ถูกต้องว่าควรตัดผิวหนังส่วนเกินออกในปริมาณเท่าใด

คลิกอ่านหัวข้อที่น่าสนใจ

สาเหตุของอาการตาปลิ้น

แพทย์อธิบายว่าภาวะนี้เกิดขึ้นภายหลังการผ่าตัดตาล่าง (ผ่าตัดถุงใต้ตา) โดยมีสาเหตุหลักดังนี้:

  • การประเมินก่อนผ่าตัดไม่ครอบคลุม: แพทย์ไม่ได้วัดปริมาณผิวหนังส่วนเกินที่จะต้องตัดออกในท่าทางหรือทัศนคติที่ถูกต้อง
  • โครงสร้างกระดูกใบหน้าของคนเอเชีย: คนเอเชียมีกระดูกโหนกแก้มบริเวณใต้ตาที่ไม่นูนหนุนรับผิวหนังมากนัก ทำให้มีโอกาสเกิดตาแบะหรือตาปลิ้นได้ง่ายกว่าชาวต่างชาติฝั่งยุโรปหรือคนที่มีโหนกแก้มสูง
  • ภาวะเอ็นตาล่างหย่อนคล้อย: หากคนไข้มีภาวะเอ็นตาหย่อนอยู่ก่อนแล้ว แต่แพทย์ทำการผ่าตัดโดยไม่ได้ผ่าตัดกระชับเอ็นตาล่างร่วมด้วย จะทำให้เกิดตาแบะหลังทำได้ง่าย

ผลกระทบในชีวิตประจำวันจากภาวะตาปลิ้น (ตาล่างแบะ)

1.ลักษณะทางกายภาพที่มองเห็น

ตาล่างจะแบะอ้าเปิดออกจนเห็นพื้นที่ตาขาวด้านล่างทั้งหมดอย่างชัดเจน

2.ภาวะนอนหลับตาไม่สนิท

คนไข้ที่ประสบปัญหานี้จะเผชิญภาวะหลับตาไม่สนิทในเวลานอน

3.อาการระคายเคืองและแสบตา

เมื่อดวงตาปิดไม่สนิทและแบะออก จะทำให้เกิดอาการแสบตาได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับน้ำ ลม หรือเครื่องปรับอากาศ รวมถึงมีอาการแสบตาจนไม่สามารถล้างหน้าได้ตามปกติ และต้องเลี่ยงไม่ให้น้ำเข้าดวงตาโดยเด็ดขาด

ตาปลิ้น

แนวทางการแก้ไขตาปลิ้นที่แพทย์แนะนำ

แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของแต่ละเคส ซึ่งแพทย์จะประเมินก่อนเลือกวิธีที่เหมาะสม:

  • กรณีเอ็นตาล่างหย่อนคล้อย: แพทย์จะทำการกระชับเอ็นตาล่างโดยตรง ด้วยเทคนิค Lateral Tarsal Strip
  • กรณีตัดผิวหนังตาล่างออกมากเกินไปจากการผ่าตัดครั้งก่อน: แพทย์จะดึงพยุงเนื้อเยื่อยกขึ้นไปยึดบริเวณขมับหรือไรผมด้วยเทคนิค Face-Lock เพื่อดึงเปลือกตาให้กลับมาปิดสนิท ในเคสที่ผิวหนังขาดหายไปมากจริงๆ อาจจำเป็นต้องใช้การ ปลูกถ่ายผิวหนัง (Skin Graft) จากบริเวณอื่นมาทดแทน
  • กรณีมีพังผืดแข็งรั้งรุนแรง: ต้องฉีดยาสลายพังผืดและนวดต่อเนื่องจนเนื้อเยื่อนิ่มลงก่อน จึงจะสามารถผ่าตัดแก้ไขได้ ซึ่งบางเคสอาจใช้เวลาเตรียมความพร้อมนานถึงหลายปี
  • กรณีมีภาวะเบ้าตาลึกร่วมด้วย: อาจเสริมด้วยการเติมไขมัน (Fat Grafting) เพื่อหนุนดันขอบเปลือกตาให้ปิดสนิทตามธรรมชาติ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากคุณหมอ

ระยะเวลาที่ควรรอก่อนเริ่มพิจารณาแก้ไข

ระยะเวลาระหว่างขั้นตอนการแก้: หลังจากที่แพทย์ผ่าตัดยกกระชับเนื้อเยื่อตาล่างไปยึดไว้ที่ไรผมแล้ว จะต้องเว้นระยะเวลาไว้ประมาณ 1 เดือน

เพื่อประเมินว่าคนไข้รู้สึกสบายตาและหลับตาได้ดีขึ้นหรือไม่ ก่อนจะพิจารณาทำการฉีดไขมันเข้าใต้ผิวเปลือกตาเพื่อเติมเต็มส่วนที่บุบในขั้นตอนถัดไป

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากคุณหมอ

รีวิว

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากคุณหมอ

สรุป

ภาวะตาปลิ้น ตาแบะ หรือตาผิดรูปหลังการผ่าตัดศัลยกรรมตาล่าง (Ectropion) เป็นความผิดปกติที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงทั้งในด้านสรีรวิทยาและการใช้ชีวิตของผู้ป่วย

สาเหตุหลักเกิดจากการประเมินก่อนผ่าตัดที่ผิดพลาด การตัดหนังตาออกมากเกินไป หรือผลข้างเคียงจากการขูดสารเติมเต็ม (Filler) ที่ทำลายชั้นไขมันธรรมชาติไปมากเกินความจำเป็น

ภาวะนี้ทำให้ตาปิดไม่สนิท เกิดอาการระคายเคืองอย่างต่อเนื่อง และทำลายความมั่นใจในการเข้าสังคมอย่างหนัก การแก้ไขภาวะดังกล่าวไม่สามารถทำได้ด้วยการตัดแต่งหนังตาซ้ำในจุดเดิม 

แต่ต้องอาศัยเทคนิคการ ดึงหน้า Face Lock เพื่อช่วยยกกระชับโครงสร้างจากส่วนแก้มขึ้นไปยึดบริเวณไรผมเพื่อดึงเปลือกตาให้กลับมาปิดสนิทตามธรรมชาติอีกครั้ง

เนื้อหาโดย

Picture of หมอชลธิศ
หมอชลธิศ

ผศ.นพ.ชลธิศ สินรัชตานันท์
ว.5863

รู้จักคุณหมอ
Picture of หมอโจ
หมอโจ

นพ.ธนจักร สินรัชตานันท์
ว.81257

รู้จักคุณหมอ
Picture of หมอนุ้ย
หมอนุ้ย

พญ.จุติมา พัตรลิดานนท์
ว.35273

รู้จักคุณหมอ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากคุณหมอ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ทีมอาจารย์แพทย์ โรงพยาบาลธีรพร