What Are Deep Under-Eye Hollows and How to Fix Them Effectively

Deep Tear Troughs

หลายคนมีปัญหาใต้ตาเป็นร่องลึก ดูคล้ำ ดูโหลตลอดเวลา ทั้งที่ไม่ได้มีถุงใต้ตาปูดชัดเจนแบบที่คนทั่วไปเข้าใจ คำถามคือภาวะนี้คืออะไรกันแน่ ต่างจากถุงใต้ตาหรือตาโบ๋ยังไง  และมีวิธีแก้ไขแบบไหนที่ปลอดภัยและได้ผลจริง บทความนี้รวบรวมคำตอบจากทีมอาจารย์แพทย์โรงพยาบาลธีรพรไว้ให้ครบ คลิกอ่านหัวข้อที่น่าสนใจ ใต้ตาลึก / ร่องใต้ตาลึก คืออะไร ภาวะนี้คือร่องลึกบริเวณใต้ตาที่ทอดยาวระหว่างขอบเปลือกตาล่างกับโหนกแก้ม ทำให้เกิดเงามืดเห็นเป็นแนวเส้นชัดเจน คนไข้มักอธิบายอาการนี้ว่าดู “ตาโหล ดำๆ คล้ำๆ” ไม่สดใส หากอยากรู้เรื่องถุงใต้ตาหรือตาโบ๋โดยเฉพาะ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ถุงใต้ตาเกิดจากอะไร และ ตาโบ๋/เบ้าตาลึกสาเหตุเกิดจากอะไร ใต้ตาลึกเกิดจากอะไร ทีมแพทย์อธิบายว่าใต้ตาลึกเกิดได้จากหลายปัจจัยร่วมกัน 1.โครงสร้างแต่กำเนิด คนไข้จำนวนมากมีร่องใต้ตาลึกมาตั้งแต่เกิดตามโครงสร้างใบหน้าธรรมชาติ ไม่ได้เกิดขึ้นภายหลัง 2.พฤติกรรมการนอนหลับ การอดนอนหรือพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้ใต้ตาดูยุบตัว ดำคล้ำ และโหลชัดเจนขึ้น 3.ความเสื่อมตามวัย ในกลุ่มผู้สูงอายุจะพบร่องลึกใต้ตาชัดขึ้นตามความไม่กระชับของผิวหนัง 4.โรคภูมิแพ้ (Allergic Shiner) ภูมิแพ้ทำให้เยื่อบุจมูกบวม ส่งผลให้การไหลเวียนเลือดดำใต้ตาไม่ดี เกิดการคั่งของเลือดใต้ผิวที่บางเป็นพิเศษบริเวณนี้ จนเห็นเป็นรอยคล้ำ ใต้ตาลึกแก้ยังไง ใช้อะไรดี โดยแบ่งวิธีรักษาตามความเหมาะสมของแต่ละเคส ดังต่อไปนี้ 1.ฟิลเลอร์สังเคราะห์ ฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกเป็นวิธีที่หลายคนคุ้นเคย 2.เติม Multi Cell จุดเด่นคือเป็น Biological Filler […]

What Are Hollow Eyes (Sunken Sockets)? Causes and Proven Solutions

Sunken Eyes

หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “ตาโบ๋” หรือเรียกว่า “เบ้าตาลึก” “ตาลึก” หรือแม้แต่คำทับศัพท์ว่า “sunken eyeball” ซึ่งจริงๆ แล้วทั้งหมดนี้พูดถึงภาวะเดียวกัน คือดวงตาที่ดูลึก ดูโหล ดูเศร้าตลอดเวลา  ทั้งที่นอนพักผ่อนเต็มที่แล้วก็ยังดูเหนื่อยล้าเหมือนเดิม บทความนี้จะอธิบายว่าภาวะนี้คืออะไร เกิดจากอะไรได้บ้าง และมีวิธีแก้ไขแบบไหนที่ได้ผลจริงตามคำแนะนำของทีมอาจารย์แพทย์โรงพยาบาลธีรพร คลิกอ่านหัวข้อที่น่าสนใจ ตาโบ๋ / เบ้าตาลึก / ตาลึก คืออะไร ตาโบ๋, เบ้าตาลึก, ตาลึก หรือที่บางคนค้นด้วยคำทับศัพท์ “sunken eyeball คือ” อะไร ซึ่งทั้งหมดนี้คือชื่อเรียกภาวะเดียวกันคือ ผิวหนังบริเวณเปลือกตาหรือเบ้าตายุบตัวบุ๋มลงไปจนเกิดเป็นร่องลึก  ทำให้กระดูกเบ้าตาดูปูดเด่นชัดขึ้นกว่าปกติ ส่งผลให้ดวงตาดูเศร้า ดูซึม และดูเหมือนคนง่วงนอนอยู่ตลอดเวลา แม้จะยิ้มแย้มแจ่มใสแค่ไหนก็ตาม ซึ่งทำให้ใบหน้าโดยรวมดูมีอายุมากกว่าความเป็นจริงอย่างชัดเจน ลักษณะที่สังเกตได้ คนที่มีปัญหาตาโบ๋มักจะสังเกตเห็นลักษณะเหล่านี้ร่วมกัน: เปลือกตาเป็นร่องลึกพับซ้อนกันหลายเส้น คล้ายรอยขีดสระอิ ขอบกระดูกเบ้าตาปูดโปนเห็นได้ชัดเจน ชั้นตาพับซ้อนกันไม่เป็นเส้นเดี่ยวตามธรรมชาติ หางตาตกลง ทำให้ดูเศร้าหมองแม้จะไม่ได้รู้สึกแบบนั้นจริงๆ ตาโบ๋ / เบ้าตาลึกเกิดจากอะไร สาเหตุของตาโบ๋แบ่งได้เป็นหลายกลุ่มดังนี้ 1.ความเสื่อมตามวัย เมื่ออายุมากขึ้น ไขมันที่เคยเติมเต็มบริเวณเปลือกตาจะค่อยๆ […]

Multiple eyelid folds: What causes them and how can they be corrected?

Triple Eyelids

ตาสามชั้น ตาสามชั้นหรือตาหลายชั้นสามารถเกิดขึ้นแบบไม่เท่ากันได้ โดยอาจเด่นชัดขึ้นมาเพียงข้างเดียว หรือมีริ้วรอยพับมากน้อยต่างกันในดวงตาแต่ละข้าง คลิกอ่านหัวข้อที่น่าสนใจ ตาสามชั้นเกิดจากอะไร โดยมีสาเหตุหลักๆที่ทำให้เกิด มีดังนี้ 1.สาเหตุจากกล้ามเนื้อ / พังผืด กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis): เป็นสาเหตุหลักทางโครงสร้างที่จักษุแพทย์ระบุว่า ทำให้เกิดภาวะตาสามชั้นอย่างเห็นได้ชัด ภาวะขาดไขมันตา: เมื่อเปลือกตาขาดไขมันสะสมในบริเวณนั้น จะส่งผลให้เปลือกตาเกิดรอยยุบตัวลึกลงไปเป็นร่อง ซึ่งร่องลึกนี้จะทำให้ผิวตาดูคล้ายกับเป็นชั้นตาที่ 3 เพิ่มขึ้นมาด้านบนชั้นตาปกติ 2.สาเหตุจากริ้วรอย / วัย และปัจจัยพฤติกรรม อายุที่มากขึ้นและแรงโน้มถ่วงของโลก: เมื่ออายุเยอะขึ้น ผิวหนังบริเวณเปลือกตาจะเริ่มหย่อนคล้อย เหี่ยว และย่นลงตามธรรมชาติและตามแรงโน้มถ่วง ส่งผลให้ผิวตาเกิดการพับตัวซ้อนกันจนกลายเป็นริ้วตาหลายชั้น พฤติกรรมการติดสติ๊กเกอร์ตาสองชั้นเป็นประจำ: การติดและลอกเทป/สติ๊กเกอร์ตาสองชั้นบ่อย ๆ ในเวลาแต่งหน้า จะเกิดแรงดึงรั้งผิวเปลือกตาซ้ำ ๆ ทำให้ผิวหนังตาที่บอบบางเหี่ยวย่นอย่างรวดเร็วและพับตัวกลายเป็นเส้นริ้วตาสามชั้นหรือสี่ชั้นขึ้นมา การพักผ่อนน้อย / นอนน้อยลง: เดิมทีมีตาสองชั้นตามปกติ แต่เมื่อนอนน้อยลงร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้เปลือกตาย่นและพับตัวจาก 2 ชั้นกลายเป็นตา 3-4 ชั้น ลักษณะโครงสร้างตาตามธรรมชาติ: มีลักษณะรอยพับเป็นเส้นตาหลายชั้นติดตัวมาตั้งแต่แรกเริ่มอยู่แล้วตามธรรมชาติ 3.กรณีที่เกิดขึ้นข้างเดียว (หรือสองข้างไม่เท่ากัน) ความไม่สมมาตรของผิวเปลือกตา: อาการตาหลายชั้นสามารถเกิดขึ้นอย่างไม่เท่ากันในดวงตาทั้งสองข้าง โดยอาจเด่นชัดขึ้นมาเพียงข้างเดียว เช่น ข้างหนึ่งมีตาสองชั้นตามปกติ แต่อีกข้างหนึ่งมีริ้วรอยพับย่นสะสมเป็น […]

Eyelid Eversion: What Causes It and How to Fix It

Ectropion (Eyelid Eversion)

ตาปลิ้น เกิดจากอะไร ตาปลิ้น (Ectropion) คือภาวะผิดปกติที่เกิดขึ้นภายหลังจากการทำศัลยกรรมผ่าตัดบริเวณ “ตาล่าง” โดยสาเหตุสำคัญที่สุดเกิดจากการที่แพทย์ผู้ผ่าตัดทำการประเมินคนไข้ก่อนผ่าตัดไม่ครอบคลุม เช่น ไม่ได้วัดในทัศนคติหรือท่าทางที่ถูกต้องว่าควรตัดผิวหนังส่วนเกินออกในปริมาณเท่าใด คลิกอ่านหัวข้อที่น่าสนใจ สาเหตุของอาการตาปลิ้น แพทย์อธิบายว่าภาวะนี้เกิดขึ้นภายหลังการผ่าตัดตาล่าง (ผ่าตัดถุงใต้ตา) โดยมีสาเหตุหลักดังนี้: การประเมินก่อนผ่าตัดไม่ครอบคลุม: แพทย์ไม่ได้วัดปริมาณผิวหนังส่วนเกินที่จะต้องตัดออกในท่าทางหรือทัศนคติที่ถูกต้อง โครงสร้างกระดูกใบหน้าของคนเอเชีย: คนเอเชียมีกระดูกโหนกแก้มบริเวณใต้ตาที่ไม่นูนหนุนรับผิวหนังมากนัก ทำให้มีโอกาสเกิดตาแบะหรือตาปลิ้นได้ง่ายกว่าชาวต่างชาติฝั่งยุโรปหรือคนที่มีโหนกแก้มสูง ภาวะเอ็นตาล่างหย่อนคล้อย: หากคนไข้มีภาวะเอ็นตาหย่อนอยู่ก่อนแล้ว แต่แพทย์ทำการผ่าตัดโดยไม่ได้ผ่าตัดกระชับเอ็นตาล่างร่วมด้วย จะทำให้เกิดตาแบะหลังทำได้ง่าย https://www.youtube.com/watch?v=Az9lT19jbnI ผลกระทบในชีวิตประจำวันจากภาวะตาปลิ้น (ตาล่างแบะ) 1.ลักษณะทางกายภาพที่มองเห็น ตาล่างจะแบะอ้าเปิดออกจนเห็นพื้นที่ตาขาวด้านล่างทั้งหมดอย่างชัดเจน 2.ภาวะนอนหลับตาไม่สนิท คนไข้ที่ประสบปัญหานี้จะเผชิญภาวะหลับตาไม่สนิทในเวลานอน 3.อาการระคายเคืองและแสบตา เมื่อดวงตาปิดไม่สนิทและแบะออก จะทำให้เกิดอาการแสบตาได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับน้ำ ลม หรือเครื่องปรับอากาศ รวมถึงมีอาการแสบตาจนไม่สามารถล้างหน้าได้ตามปกติ และต้องเลี่ยงไม่ให้น้ำเข้าดวงตาโดยเด็ดขาด แนวทางการแก้ไขตาปลิ้นที่แพทย์แนะนำ เนื่องจากผิวหนังบริเวณตาล่างที่ถูกตัดออกไปแล้วจากการผ่าตัดครั้งแรกไม่สามารถนำมาตัดเย็บซ้ำแบบเดิมได้ แพทย์จึงแนะนำแนวทางรักษาออกเป็น 2 ส่วนร่วมกัน ได้แก่: วิธีผ่าตัดแก้ไข (Surgical Method): แพทย์แนะนำให้ทำการดึงพยุงและยกยวงเนื้อเยื่อบริเวณตาล่างทั้งหมดขึ้นไป เพื่อปิดพื้นที่ตาขาวที่เปิดอ้าออก แนวทางการเย็บยึดนี้ จะไม่ทำที่ผิวตาล่างโดยตรงเพราะจะทำให้ผิวหนังย่นเป็นรอยพับ แต่แพทย์จะทำการลากแนวเส้นพยุงขึ้นไปยึดล็อกไว้ที่บริเวณขมับหรือ “ไรผม” เพื่อดึงพยุงโครงสร้างใบหน้าช่วงกลางและดวงตาล่างให้ยกตัวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ วิธีเสริมด้วยการเติมไขมัน (Fat […]

Oversized Double Eyelids: What They Are, Their Causes, and How to Fix Them

Overcorrected Crease

ตาหอยแครง ตายหอยแครง คือ ลักษณะผลลัพธ์หลังการทำศัลยกรรมตาสองชั้นที่ดูไม่เป็นธรรมชาติอย่างมาก และดูแปลกประหลาดไปจากดวงตาปกติทั่วไป ซึ่งเป็นลักษณะที่สร้างความกังวล และเป็นสิ่งที่คนไข้ส่วนใหญ่กลัวว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองมากที่สุด เมื่อตัดสินใจทำตาสองชั้น  โดยในทางศัลยกรรมจะถูกนำมาเปรียบเทียบเป็นขั้วตรงข้ามกับ “ชั้นตาธรรมชาติ” จากประสบการณ์ของคนไข้และข้อมูลการรักษาของแพทย์สามารถสรุปรายละเอียด ลักษณะอาการ และจุดสังเกตของ “ตาหอยแครง” ได้ดังนี้: คลิกอ่านหัวข้อที่น่าสนใจ ตาหอยแครง เป็นยังไง ลักษณะอาการและจุดสังเกตของ “ตาหอยแครง” ชั้นตาหนาและดูไม่เป็นธรรมชาติอย่างชัดเจน: รูปทรงของชั้นตาจะดูหลอกตา ไม่เนียนกลืนไปกับใบหน้า ทำให้คนไข้ขาดความมั่นใจ และรู้สึกว่าดวงตาดูแปลกไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด แผลบวมหนาและยุบตัวช้า: มีความสัมพันธ์อย่างยิ่งกับอาการบวมช้ำของแผลผ่าตัด โดยเคสที่เป็นตาหอยแครงมักจะบวมหนาเตอะเป็นเวลานาน ต่างจากเคสที่ผ่าตัดสำเร็จด้วยเทคนิคที่ดีซึ่งแผลจะยุบบวมไว แผลสั้น และเรียบเนียนสวยงาม ทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัย: ขนาดของชั้นตาที่ใหญ่และหนาเกินไปจนกลายเป็นตาหอยแครง จะทำให้ใบหน้าโดยรวมดูมีอายุเยอะขึ้น ซึ่งตรงกันข้ามกับการจัดระดับชั้นตาที่พอดี และเหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าที่ช่วยให้ดวงตาดูสมวัย ชั้นตาดูหนาใหญ่เกินจริงในช่วงแรก: ในบางเคสหลังผ่าตัดใหม่อาจเห็นชั้นตาดูมีขนาดหนาและใหญ่กว่าปกติ ซึ่งแพทย์จะชี้แจงว่าเป็นอาการบวมปกติที่จะค่อย ๆ ยุบตัวลงอีกในภายหลัง ไม่ใช่ลักษณะตาหอยแครงถาวร การแก้ตาหอยแครง ในมิติของความกังวลของคนไข้และการประเมินเบื้องต้นของแพทย์ มีดังนี้: ความกังวลของคนไข้: “ตาหอยแครง” คือสิ่งที่คนไข้ส่วนใหญ่กลัวว่าจะเกิดขึ้นหลังทำตาสองชั้น เพราะจะทำให้ชั้นตาดูหนาใหญ่ ดูแปลกไปจากดวงตาปกติ และดูไม่เป็นธรรมชาติ รวมถึงอาจทำให้ใบหน้าดูมีอายุเยอะขึ้นหรือไม่สมวัย การประเมินและการสื่อสารของแพทย์: การทำตาสองชั้น Lucky […]

Are Asymmetrical Eyes When Taking Photos or Smiling Normal? + What Does Face Reading Say?

Asymmetrical Eyes in Photos

ถ่ายรูปแล้วตาไม่เท่ากัน เปิดรูปในมือถือแล้วสังเกตเห็นว่าตาดูไม่เท่ากัน เคยเป็นเหมือนกันบ้างมั้ง ยิ่งถ้าเป็นรูปเซลฟี่หรือรูปที่ยิ้มกว้างๆ ยิ่งเห็นชัด บทความนี้จะอธิบายว่าเกิดจากอะไร ปกติไหม และมีวิธีอะไรที่ช่วยได้บ้าง” คลิกอ่านหัวข้อที่น่าสนใจ ทำไมรูปถ่ายถึงแสดงความไม่สมมาตรของใบหน้าชัดเจนกว่าความเป็นจริง ลักษณะความไม่สมมาตรของดวงตาในชีวิตจริงและผลกระทบไว้ดังนี้: ความไม่สมมาตรเชิงโครงสร้างจากกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis): ซึ่งเกิดจากกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ดึงเปลือกตาเพื่อลืมตา (ได้แก่ กล้ามเนื้อเรเวเตอร์และกล้ามเนื้อมุลเลอร์) ทำงานไม่มีกำลังพอ โดยดึงขึ้นไปได้เพียงแค่ 70% เท่านั้นเมื่อเทียบกับข้างปกติ ทำให้ดวงตาปรือและตาดำเปิดกว้างไม่เท่ากันอย่างชัดเจน ความไม่คงที่ของชั้นตาธรรมชาติ: เช่น ตาข้างหนึ่งมีชั้นเดียว แต่อีกข้างกลับพับซ้อนกันหลายชั้น หรือมีชั้นตาหลายชั้นมากและสองข้างสูงต่ำไม่เท่ากัน ซึ่งความไม่สมมาตรนี้ส่งผลกระทบโดยตรงทำให้แต่งหน้าได้ยากมากและบั่นทอนความมั่นใจในการใช้ชีวิต ใครสงสัยว่าอาการนี้เกิดได้อย่างไร สามารถคลิกอ่านเพิ่มเติมที่เนื้อหา ตาไม่เท่ากันเกิดจากอะไร ตาไม่เท่ากันกับความมั่นใจในชีวิตประจำวัน ตอบคำถามที่คนค้นหาแต่ไม่กล้าพูดตรงๆ คือ 1.คนตาไม่เท่ากัน คบไม่ได้ จริงไหม? ความเชื่อนี้ไม่มีพื้นฐานจริงๆ ความไม่สมมาตรของใบหน้าเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ทุกคน ในความเป็นจริง คนที่ใบหน้าไม่สมมาตรบางระดับมักถูกมองว่าดูเป็นธรรมชาติและน่าเชื่อถือมากกว่าใบหน้าที่สมมาตรเกินไป 2.สำหรับผู้ชาย ตาไม่เท่ากันเป็นเรื่องปกติไหม? ปกติมาก ผู้ชายมีตาไม่เท่ากันเหมือนกับผู้หญิงทุกประการ ผู้ชายมักสังเกตเห็นช้ากว่า เพราะไม่ค่อยถ่ายรูปบ่อย หรือไม่ได้สนใจเรื่องนี้ ไม่ได้บ่งบอกถึงสุขภาพหรืออุปนิสัยอะไรทั้งสิ้น โหงวเฮ้งว่าอย่างไรกับตาไม่เท่ากัน ดวงตาที่ดีตามศาสตร์โหงวเฮ้งจะต้องมีความเฉี่ยว ซึ่งการปรับแต่งให้ดวงตาเป็นลักษณะ “ตาหงส์” หรือ “ตาหางหงส์” จะช่วยเสริมเสน่ห์และสร้างลักษณะที่งดงามให้แก่ใบหน้าได้เป็นอย่างดี ส่วน “ตาไม่เท่ากัน หน้าเบี้ยว” […]

How to fix asymmetrical eyes

How to fix asymmetrical eyes

แก้ตาไม่เท่ากันทำได้อย่างไร? รวมทุกวิธี อาการดวงตาสองข้างที่ดูไม่เท่ากัน ถือเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยและสร้างความกังวลใจให้ใครหลายคน บางคนอาจมีตาสองข้างไม่เท่ากันมาตั้งแต่เด็ก ขณะที่บางคนเพิ่งมาสังเกตเห็นความผิดปกติชัดเจนขึ้นเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่  ซึ่งความจริงแล้ว ปัญหาหนังตาตกหรือชั้นตาไม่เท่ากันนั้นมีสาเหตุเบื้องหลังที่หลากหลาย และแต่ละสาเหตุก็ต้องการวิธีการแก้ไขที่แตกต่างกันออกไปเพื่อให้ได้ดวงตาที่สวยงามและใช้งานได้อย่างเป็นปกติ คลิกอ่านหัวข้อที่น่าสนใจ แก้ตาไม่เท่ากันทำได้อย่างไร? ที่โรงพยาบาลธีรพร แพทย์จะมีขั้นตอนการตรวจประเมินอย่างละเอียด และพิถีพิถันเพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและออกแบบชั้นตาให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละราย ดังนี้: การตรวจระดับการเปิดของตาดำ: แพทย์จะเริ่มจากการชี้ชวนให้คนไข้สังเกตระดับตาดำทั้งสองข้างเพื่อวิเคราะห์ว่า ตาดำเปิดกว้างสมมาตรกันหรือไม่ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการวินิจฉัยภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง การวิเคราะห์สาเหตุเชิงโครงสร้าง: แพทย์จะแยกแยะว่าอาการตาไม่เท่ากันเกิดจากหนังตาตกลงมาปิดทับ หรือเกิดจากกล้ามเนื้อตาทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เพื่อเลือกวิธีรักษาที่ถูกต้อง การทดลองจำลองชั้นตาจริง: ในระหว่างการปรึกษา แพทย์จะใช้อุปกรณ์ทดลองจัดชั้นตาจำลอง และเทียบระดับชั้นตาให้คนไข้ได้ดูแนวทางก่อน เพื่อให้คนไข้เห็นภาพผลลัพธ์หลังทำว่า ดวงตาจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอย่างไร การซักประวัติและพฤติกรรม: แพทย์จะซักถามปัญหาในชีวิตประจำวัน เช่น ความลำบากในการแต่งหน้า ชั้นตาที่คาดเดาไม่ได้ในแต่ละวัน หรือประวัติการผ่าตัดครั้งก่อนในกรณีที่เป็นเคสงานแก้ เพื่อนำมาออกแบบรูปทรงดวงตาที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนไข้มากที่สุด คลิกอ่านต่อเกี่ยวกับ ตาไม่เท่ากันมีกี่แบบ? วิธีแก้ไขหนังตาไม่เท่ากัน แพทย์ใช้เทคนิคอะไร? เทคนิคการทำตาสองชั้นแบบกรีดสั้นที่แพทย์โรงพยาบาลธีรพรอธิบาย คือการใช้ “ระบบเจาะเจาะเข้าไปแล้วล็อกชั้นตา” (Eyelock) ซึ่งนวัตกรรมนี้สามารถช่วยแก้ไขได้ทั้งปัญหาการสร้างชั้นตาใหม่และการปรับระดับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงให้ดวงตาสองข้างเปิดได้เท่ากันไปพร้อมๆ กัน โดยมีจุดเด่นหลักคือรอยแผลผ่าตัดที่มีขนาดเล็กมาก ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้นนาน และในระหว่างการผ่าตัดคนไข้จะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยแค่ตอนฉีดยาชาเท่านั้น หลังจากนั้นจะไม่รู้สึกเจ็บเลยตลอดการทำ หลังทำเสร็จคนไข้สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติทันที เช่น สามารถไปรับประทานปิ้งย่างต่อได้เลยตั้งแต่วันแรก อาการบวมช้ำส่วนใหญ่จะเห็นได้ชัดเจนในช่วงวันที่ 2 และ […]

Fixing Asymmetrical Eyes Yourself: Is It Really Possible?

ตาไม่เท่ากัน วิธีแก้ธรรมชาติ

ก่อนหาวิธีแก้ ต้องรู้ก่อนว่าตัวเองเป็น “แบบไหน” มีคนจำนวนมากที่ค้นหาว่า ‘วาสลีนทำให้ชั้นตาเท่ากันได้ไหม’ หรือ ‘นวดตาแล้วตาจะเท่ากันไหม’ คำตอบไม่ได้ง่ายแค่ใช่หรือไม่ใช่ เพราะขึ้นอยู่กับว่าตาไม่เท่ากันแบบไหน คลิกอ่านต่อ ตาไม่เท่ากันเกิดจากอะไร คลิกอ่านหัวข้อที่น่าสนใจ วิธีธรรมชาติได้ผลเฉพาะบางกรณีเท่านั้น ประเภทที่วิธีธรรมชาติ พอช่วยได้ ชั้นตาไม่เท่ากันจากไขมันรอบตาหรือน้ำหนักตัว ตาดูไม่เท่ากันเพราะกล้ามเนื้อหน้าไม่สมมาตรจากพฤติกรรม ตาบวมข้างเดียวชั่วคราว (ไม่ใช่จากโครงสร้างของดวงตา) ประเภทที่วิธีธรรมชาติ ไม่ได้ผล: หนังตาตกจากกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Ptosis) ชั้นตาไม่เท่ากันจากโครงสร้างเอ็นที่แตกต่างกัน (ต้องทำหัตถการ) คลิกอ่านเพิ่มเติม > ตาไม่เท่ากันมีกี่แบบ วิธีธรรมชาติที่ “ช่วยได้จริง” มีอะไรบ้าง 1. ปรับพฤติกรรมที่ทำให้ตาไม่เท่ากันแย่ลง หยุดขยี้ตา: โดยเฉพาะคนที่มีภูมิแพ้ เปลี่ยนท่านอน: สลับข้างหรือนอนหงาย ลดแรงกดหนังตาข้างใดข้างหนึ่ง หยุดใช้สายตาข้างเดียว: เช่น ปรับมุมหน้าจอและแสงให้สมมาตร ถ้าใส่คอนแทคเลนส์แข็ง (RGP): ระวังวิธีถอดเลนส์ ไม่ควรดึงหนังตาแรง 2. บริหารกล้ามเนื้อรอบตา ได้ผลกับ: ตาที่ดูไม่เท่ากันจากกล้ามเนื้อหน้าไม่สมมาตร (ไม่ใช่โครงสร้าง) ไม่ได้ผลกับ: กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง Ptosis หรือชั้นตาที่ต่างกันจากเอ็น ท่าที่แนะนำ: […]

What Causes Asymmetrical Eyes? Essential Causes and Types to Know

What causes asymmetrical eyes?

ตาไม่เท่ากันเกิดจากอะไร? แพทย์อธิบายทุกสาเหตุที่ควรรู้ หลายคนสังเกตเห็นว่าตาสองข้างดูไม่เท่ากันตอนถ่ายรูปหรือส่องกระจก แต่ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร บางคนเป็นมาตั้งแต่เด็ก บางคนรู้สึกว่าเพิ่งเป็น จริงๆ แล้วสาเหตุของ ตาไม่เท่ากัน มีหลายแบบมาก และแต่ละแบบก็นำไปสู่วิธีแก้ที่ต่างกัน คลิกอ่านหัวข้อที่น่าสนใจ สาเหตุที่ทำให้ตาไม่เท่ากัน แบ่งตามที่มา 1.กรรมพันธุ์และโครงสร้างแต่กำเนิด (พบบ่อยที่สุด) เอ็นยึดระหว่างหนังตากับกล้ามเนื้อ Levator (Levator aponeurosis) สองข้างพัฒนาไม่เท่ากันตั้งแต่ในครรภ์ ชั้นตาสูงต่างกัน, ตาสองชั้นข้างเดียว, หนังตาตกข้างเดียว มักเป็นมาตั้งแต่เด็ก ไม่ได้แย่ลงตามอายุ (ถ้าไม่มีสาเหตุอื่น) กล้ามเนื้อ Levator อ่อนแรงแต่กำเนิด เป็นสาเหตุอันดับ 1 ของหนังตาตกข้างเดียว กระดูกเบ้าตา (orbital rim) สองข้างไม่อยู่ระดับเดียวกัน ทำให้ตาดูสูงต่ำต่างกัน แม้ตาเองจะสมมาตร 2. อายุและการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อ คอลลาเจนและอีลาสตินในหนังตาลดลงตามอายุ ทำให้หนังตายืดหย่อนและตกไม่เท่ากัน เอ็นยึดหนังตาค่อยๆ หลุดออกจากแผ่น Tarsal plate ทำให้หนังตาตกทีละน้อย ไขมันรอบเบ้าตา ลดลงไม่สม่ำเสมอทั้งสองข้าง ทำให้ตาดูลึกหรือโตต่างกัน ถ้าตาไม่เท่ากัน และแย่ลงชัดเจนหลังอายุ 40 อาจเกิดจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น […]

How many types of uneven eyes are there? And how are they different?

Asymmetry: We correct uneven eyelids to ensure balance and symmetry.

ตาไม่เท่ากัน ดวงตาเป็นอวัยวะที่ดึงดูดสายตา แต่หลายคนกลับต้องสูญเสียความมั่นใจเวลาถ่ายรูปหรือแต่งหน้า เพราะปัญหา ดวงตาไม่เท่ากัน ไม่ว่าจะมีลักษณะ ระดับตาไม่เท่ากัน หรือ ลูกตาไม่เท่ากัน จนทำให้ต้องคอยเอียงคอหามุมเวลาถ่ายรูป หรือต้องทนติดสติ๊กเกอร์ตาสองชั้นจนเสียเวลาชีวิต บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจถึงสาเหตุของแต่ละอาการ และวิธีแก้ไขปัญหาตาอย่างตรงจุดที่โรงพยาบาลธีรพร คลิกอ่านหัวข้อที่น่าสนใจ ทำความเข้าใจโครงสร้างของดวงตาก่อน อธิบายส่วนประกอบของตาที่เกี่ยวข้องกับความไม่สมมาตร ได้แก่ ลูกตา (Eyeball): ก้อนทรงกลมที่อยู่ใน eye socket เปลือกตา / หนังตา (Eyelid): ผิวหนังที่ปิดเปิดตา — มีทั้ง upper และ lower lid ชั้นตา (Double Eyelid Crease): รอยพับของหนังตาบนที่ทำให้เกิด “ตาสองชั้น” กล้ามเนื้อยกหนังตา (Levator muscle): กล้ามเนื้อที่ควบคุมการเปิดปิดหนังตา คลิกอ่านต่อ อาการตาไม่เท่ากัน เกิดจากอะไร เช็คด่วน! ปัญหาดวงตาของคุณตรงกับข้อไหน? อาการตาไม่เท่ากันสามารถแบ่งออกได้หลายรูปแบบ ซึ่งมีสาเหตุและผลกระทบต่อชีวิตประจำวันที่แตกต่างกัน ดังนี้: 1.ตาสองชั้นข้างเดียว / ชั้นตาไม่เท่ากัน / […]