ตีนกา คือ
- ปรากฏชัดเมื่อแสดงสีหน้า: รอยนี้จะเห็นได้ชัดเจนเมื่อมีการขยับกล้ามเนื้อใบหน้า เช่น เวลายิ้ม
- เป็นสัญญาณของความชรา: มักเกิดขึ้นเมื่ออายุเพิ่มขึ้น โดยเนื้อเยื่อรอบดวงตาทั้งหมดเกิดการหย่อนยาน ไม่ใช่แค่หนังตา แต่รวมถึงคิ้วและส่วนอื่นๆ รอบดวงตาด้วย
ตีนกาเป็นยังไง? สังเกตลักษณะที่มองเห็นได้ชัดเจน
ตีนกา คือริ้วรอยที่มีลักษณะเป็นเส้นหรือรอยย่นพับแผ่ออกมาจากบริเวณมุมหางตา โดยจะมองเห็นได้ชัดเจนอย่างมากเวลาแสดงอารมณ์หรือเมื่อยิ้มและหัวเราะ เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น เนื้อเยื่อผิวหนังรอบดวงตาจะเริ่มสูญเสียความกระชับและหย่อนคล้อยลงตามธรรมชาติ
ส่งผลให้เกิดริ้วรอยพับตัวเป็นเส้นรัศมีบริเวณหางตา คนไข้สามารถเช็กตัวเองได้ง่ายๆ โดยการส่องกระจกแล้วลองยิ้ม หากพบรอยตีนกาเป็นเส้นแฉกปรากฏขึ้นที่มุมหางตา แสดงว่าเป็นรอยตีนกาที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อร่วมกับความหย่อนคล้อยของเนื้อเยื่อผิวหนังรอบดวงตา
ตีนกาหางตา กับตำแหน่งที่แท้จริงรอบดวงตา
ตีนกาหางตา คือตำแหน่งการเกิดตีนกาที่ถูกต้องเพียงตำแหน่งเดียวตามหลักกายวิภาค โดยจะปรากฏอยู่เฉพาะบริเวณมุมนอกของดวงตาหรือบริเวณหางตาเท่านั้น อย่างไรก็ตาม คนไข้หลายท่านมักมีความเข้าใจผิดและค้นหาข้อมูลด้วยคำว่า “ตีนกาใต้ตา” หรือ “ตีนกาหน้าผาก” ซึ่งในทางการแพทย์แล้ว
ริ้วรอยที่เกิดขึ้นบริเวณใต้ตาคือรอยหย่อนคล้อยใต้ตาหรือร่องใต้ตา ส่วนริ้วรอยบริเวณหน้าผากก็คือริ้วรอยหน้าผากตามวัย แม้รอยหย่อนคล้อยใต้ตาและริ้วรอยหน้าผากจะเป็นผลมาจากความเสื่อมสภาพตามวัยของเนื้อเยื่อรอบดวงตาเช่นเดียวกัน แต่รอยตีนกาที่แท้จริงจะเกิดอยู่บริเวณหางตาเท่านั้น
ตีนกาเกิดจากอะไร และตีนกาขึ้นเพราะอะไร?
ตีนกาเกิดจากการหย่อนคล้อยตามวัยของเนื้อเยื่อรอบดวงตาทั้งหมด ร่วมกับการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อเวลาแสดงอารมณ์ เมื่อคนเรามีอายุเพิ่มมากขึ้น (เช่น ในวัย 50 ปีขึ้นไป) โครงสร้างเนื้อเยื่อรอบดวงตา
ไม่ว่าจะเป็นบริเวณคิ้ว เปลือกตา หนังตา รวมถึงผิวหนังบริเวณหางตาจะเริ่มเกิดการหย่อนคล้อยลงพร้อมๆ กันตามธรรมชาติ เมื่อเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยลงมารวมเข้ากับการขยับยิ้มหรือการหัวเราะ ก็จะดึงรั้งให้เกิดเส้นพับลึกกลายเป็นรอยตีนกาที่ชัดเจนขึ้นมา
- อายุที่เพิ่มขึ้น: ซึ่งเป็นวัยที่เนื้อเยื่อบริเวณรอบดวงตาเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง
- ความหย่อนคล้อยของผิว: เกิดจากเนื้อเยื่อรอบดวงตา (Periorbital) ทั้งหมดเกิดการหย่อนยาน ไม่ใช่เพียงแค่หนังตาตกเท่านั้น แต่ส่วนอื่นๆ ก็หย่อนตามกันมาหมด
- การขยับกล้ามเนื้อใบหน้า: เมื่อลองยิ้มจะสังเกตเห็นรอยนี้ปรากฏขึ้นชัดเจน
วิธีแก้ตีนกาแบบต่างๆ จากหมอชลธิศ (วิธีชั่วคราว vs วิธีถาวร)
การแก้ไขรอยตีนกามีทั้งวิธีชั่วคราวที่ให้ผลระยะสั้น และวิธีดึงล็อคกระชับผิวหนังที่ช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดและยาวนาน
- วิธีแก้ไขชั่วคราว: เช่น การร้อยไหม (การร้อยไหม 4 จุด) เป็นหัตถการที่ช่วยดึงกระชับได้เพียงชั่วคราว และผลลัพธ์มักอยู่ได้เพียงประมาณ 6 เดือนเท่านั้น หลังจากนั้นเมื่อยิ้ม รอยตีนกาก็จะกลับคืนมาใหม่
- วิธีแก้ไขแบบถาวร/ครั้งเดียวจบ (เทคนิคธีรพร):
- การโกยหนังดึงล็อคช่วงบน (Face-Lock): เทคนิคนี้จะช่วยจัดการรอยตีนกา คิ้วตก และตาตกได้พร้อมกันในครั้งเดียว โดยการ “โกย” ผิวหนังส่วนเกินที่หย่อนคล้อยไปกองไว้บริเวณแนวตีนผมหรือขมับ จากนั้นตัดแต่งหนังส่วนเกินออก แล้วทำการล็อคแผลด้วยไหมเบอร์ละเอียดพิเศษ (ไหมเบอร์ 40, 50, 60) ซึ่งช่วยซ่อนรอยแผลไว้ในแนวเส้นผมได้อย่างประณีต เทคนิคนี้สามารถช่วยให้รอยตีนกาจางหายไปได้ถึง 80–90%
- การล็อคคิ้ว / ยกคิ้ว (ล็อคใต้คิ้ว): การทำตาสองชั้นร่วมกับการทำล็อคคิ้วหรือล็อคใต้คิ้ว นอกจากจะช่วยยกหนังตาที่ตกลงมาให้เปิดขึ้นอย่างสวยงามแล้ว ยังมีข้อดีเสริมคือช่วยลบรอยตีนกาและทำให้รอยตีนกาเบาลงไปได้พร้อมกันในหัตถการเดียว
นวัตกรรม "เทคนิคการล็อค": แนวทางการรักษาแบบเบ็ดเสร็จ
- การโกยและจัดตำแหน่งเนื้อเยื่อ: ใช้วิธีการโกยผิวหนังและเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยให้ไปรวมกันอยู่ที่บริเวณ “ตีนผม”
- การกำจัดผิวหนังส่วนเกิน: เมื่อผิวหนังถูกดึงไปกองรวมกันจนเกิดเป็นก้อนผิวหนังส่วนเกิน แพทย์จะทำการตัดผิวหนังส่วนนั้นทิ้งไป
- เทคนิคการเย็บล็อค: มีการใช้ไหมขนาดเล็กพิเศษ (4-0, 5-0 และ 6-0) เพื่อทำการล็อคตำแหน่งเนื้อเยื่อและเย็บปิดแผลอย่างละเอียด
- การใช้กล้องช่วยผ่าตัด: ในบางกรณีอาจมีการใช้กล้องกำลังขยายสูงเพื่อช่วยในการผ่าตัด เพิ่มความแม่นยำและช่วยให้การจัดการกับเนื้อเยื่อทำได้ละเอียดรอบคอบมากขึ้น
ริ้วรอยตีนกาที่เกิดจากผิวหย่อนคล้อยตามวัย มักแก้ได้ด้วย การดึงหน้า Face-Lock ที่ช่วยยกกระชับผิวบริเวณหางตา และในรายที่ต้องการเติมความอิ่มฟูบริเวณรอบดวงตา สามารถดู การปรับรูปหน้า Facial Contour ประกอบ
รีวิว
สรุป
วิธีการแก้ไขปัญหาด้วยการล็อคเนื้อเยื่อ เป็นแนวทางที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่สาเหตุรากฐานของความหย่อนคล้อยรอบดวงตา โดยเน้นประสิทธิภาพที่ครอบคลุมจบในครั้งเดียว แทนที่การรักษาซ้ำซ้อนหรือการรักษาที่ให้ผลเพียงชั่วคราว วิธีนี้จึงถือเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูความอ่อนเยาว์รอบดวงตาอย่างยั่งยืนและเห็นผลชัดเจนที่สุด













