หมอโบ๊ต

นายแพทย์ พลพงศ์ ชยางศุ

ว.31118

หมอโบ๊ตดึงหน้า

ประวัติคุณหมอ

  • แพทยศาสตร์บัณฑิต 

    • แพทยศาสตร์บัณฑิต ปี 2547 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

  • วุฒิบัตร

    • โสต ศอ นาสิกวิทยา (Otolaryngology) ปี 2554 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

  • อนุสาขาศัลยศาสตร์ตกแต่งและเสริมสร้างใบหน้า
    •  The International Board for Certification in Facial Plastic and Reconstructive Surgery ปี2558 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ประสบการณ์ทางการแพทย์
    • อาจารย์ภาควิชา หู คอ จมูก โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิด
  • ประสบการณ์
    • แพทย์ไทยคนแรกที่ผ่านการสอบ International board by the American Board of facial plastic and reconstructive surgery ประเทศสหรัฐอเมริกา
แพทยสภา

Master class doctor result

ผลงานระดับอาจารย์แพทย์

รู้จักหมอโบ๊ต

สาระความรู้จากคุณหมอ

เสริมจมูกแบบโอเพ่น
เสริมจมูกแบบโอเพ่น

เนื้อหาที่ท่านสนใจ เสริมจมูกแบบโอเพ่น คืออะไร ซึ่งย่อมาจาก Open Rhinoplasty คือ การเสริมจมูกแบบเปิด โดยเป็นเทคนิคการผ่ากรีดรูปตัววีกลับหัว โดยที่ศัลยแพทย์จะสามารถเข้าถึงทุกส่วนของจมูก รวมถึงกระดูกอ่อน ผนังกั้นจมูก และรูจมูกภายนอก โดยที่แพทย์จะทำการกรีดเพื่อยกผิวหนังบริเวณจมูกขึ้น เสริมแบบโอเพ่นมี 2 ลักษณะดังนี้ https://youtu.be/8haxsb8mMm8 เสริม Open เพื่อปรับโครงสร้างผนังกั้นจมูก คือ เพื่อเป็นการปรับโครงสร้างของผนังกั้นจมูก ซึ่งเป็นแกนกลางที่รองรับโครงสร้างจมูกด้านในอย่างแท้จริง เพื่อช่วยแก้ปัญหาโครงสร้างที่ซับซ้อน

อ่านเพิ่มเติม
เสริมจมูกแบบ close
เสริมจมูกแบบ Close

เนื้อหาที่ท่านสนใจ เสริมจมูกแบบ close คือ การเสริมจมูกแบบปิดเป็นทางเลือกที่สร้างผลกระทบน้อยกว่าการเสริมจมูกแบบเปิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องการการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ในระหว่างการเสริมจมูกแบบปิด ศัลยแพทย์จะผ่าตัดผ่านรูจมูกแทนที่จะเปิดเปิดแผลภายนอก ซึ่งทำให้เข้าถึงบริเวณบางส่วนของจมูกได้จำกัด ซึ่งผู้เข้ารับบริการไม่ควรคาดหวังว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากหลังการผ่าตัด เนื่องจากเป็นการเน้นปรับเปลี่ยนเล็กๆ น้อยๆ โดยยกผิวหนังผ่านแผลขนาดเล็ก ข้อดี อาการบวมช้ำน้อย ขนาดแผลเล็ก ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 30-90 นาที แผลเป็นและรอยเย็บน้อย ฟื้นตัวได้เร็ว รีวิว ดูรีวิวทั้งหมด Youtube

อ่านเพิ่มเติม
เวชศาสตร์ฟื้นฟูขั้นสูง
เวชศาสตร์ฟื้นฟูขั้นสูง (Advanced Regenerative Medicine)

เป็นการใช้ “หน่วยซ่อมบำรุงที่ดีที่สุด” ของร่างกายเพื่อเข้าไปฟื้นฟูเซลล์ที่เสื่อมสภาพโดยตรง ทำอะไรได้จริง การบำบัดด้วยเซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cell Therapy) หรือ Exosomes เป็นการนำเซลล์ต้นกำเนิด (จากไขมันตัวเอง, รก, หรือเลือด) หรือสารชีวภาพที่เซลล์ต้นกำเนิดปล่อยออกมา (Exosomes) มาฉีดกลับเข้าร่างกายเพื่อลดการอักเสบทั่วร่างและกระตุ้นการซ่อมแซมตัวเองของอวัยวะต่างๆ ประโยชน์ที่เข้าใจง่าย เหมือนการ ส่งทีมวิศวกรซ่อมบำรุงชุดใหม่ เข้าไปในร่างกายโดยตรง เพื่อไปซ่อมแซมข้อต่อที่เสื่อม, ลดการอักเสบเรื้อรัง, และฟื้นฟูอวัยวะต่างๆ ให้กลับมาทำงานได้ดีขึ้น

อ่านเพิ่มเติม
การปรับสมดุลฮอร์โมน (Hormone Rebalancing)

เป็นการ “ปรับจูนเครื่องยนต์” ของร่างกายให้กลับมาทำงานเหมือนตอนที่ยังหนุ่มสาว ทำอะไรได้จริง การให้ฮอร์โมนทดแทน (Hormone Replacement Therapy – HRT) ภายใต้การดูแลของแพทย์ แพทย์จะตรวจวัดระดับฮอร์โมนที่ลดลงตามวัย (เช่น Testosterone, Estrogen, Progesterone, DHEA) และให้ฮอร์โมนชนิด Bioidentical (มีโครงสร้างเหมือนกับที่ร่างกายสร้าง) กลับไปในระดับที่เหมาะสม ประโยชน์ที่เข้าใจง่าย เหมือนการ *”ย้อนเวลาระบบเผาผลาญและอารมณ์”* ช่วยให้นอนหลับดีขึ้น,

อ่านเพิ่มเติม
การดีท็อกซ์และฟื้นฟูระบบ
การดีท็อกซ์และฟื้นฟูระบบ (System Detox & Repair)

เป็นการ “ล้างของเสีย” และ “ซ่อมบำรุง” ระบบต่างๆ ที่ทำงานหนักมานาน ทำอะไรได้จริง คีเลชั่นบำบัด (Chelation Therapy) : การให้สารน้ำทางหลอดเลือดเพื่อไปจับกับโลหะหนักที่เป็นพิษต่อร่างกาย (เช่น ตะกั่ว, ปรอท) แล้วขับออกจากร่างกาย อุโมงค์ออกซิเจน (Hyperbaric Oxygen Therapy – HBOT) : การเข้าไปนั่งในอุโมงค์ (หรือห้อง)

อ่านเพิ่มเติม
Cellular Fuelling
การเติมสารอาหาร และพลังงานระดับเซลล์ (Cellular Fuelling)

เป็นการ “เติมเชื้อเพลิง” คุณภาพสูงให้เซลล์โดยตรง เพื่อให้เครื่องยนต์ของร่างกายทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ทำอะไรได้จริง NAD+ IV Therapy : คือการให้สาร NAD+ (Nicotinamide Adenine Dinucleotide) ซึ่งเป็นโคเอนไซม์สำคัญในการสร้างพลังงานของเซลล์ ผ่านทางสายน้ำเกลือเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง ประโยชน์ที่เข้าใจง่าย เหมือนการ *”ชาร์จแบตเตอรี่ให้เซลล์”* โดยตรง เมื่อเซลล์มีพลังงานเต็มเปี่ยม จะช่วยให้สมองปลอดโปร่งขึ้น รู้สึกมีเรี่ยวแรง ฟื้นตัวได้เร็ว และชะลอกระบวนการเสื่อมของเซลล์

อ่านเพิ่มเติม
Advanced Diagnostics
การตรวจวินิจฉัยเชิงลึก (Advanced Diagnostics)

การตรวจวินิจฉัยเชิงลึก (Advanced Diagnostics) เป็นการ “หาจุดอ่อน” ของร่างกายก่อนที่จะเริ่มซ่อมแซม ทำอะไรได้จริง การตรวจเลือดเชิงลึก (Longevity Blood Panel) : ไม่ใช่แค่การตรวจสุขภาพประจำปีทั่วไป แต่เป็นการตรวจดูค่าที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมโดยตรง เช่น ระดับฮอร์โมน, สารบ่งชี้การอักเสบ, ระดับวิตามินแร่ธาตุเชิงลึก, ความยาวของเทโลเมียร์ (Telomere Length) หรืออายุทางชีวภาพ (Biological Age) ประโยชน์ที่เข้าใจง่าย

อ่านเพิ่มเติม
ทีมอาจารย์แพทย์ธีรพร
ทีมอาจารย์แพทย์ ธีรพร