ตาโปน คืออะไร เกิดจากอะไร รักษายังไง

ตาโปน คืออะไร เกิดจากอะไร รักษายังไง

ตาโปนคืออะไร

หลายคนที่มีอาการตาโปนอาจไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วมีถึง 2 แบบที่หน้าตาคล้ายกันแต่สาเหตุต่างกันคนละขั้ว บทความนี้จะอธิบายให้ครบทั้งตาโปนจริงจากโรค 

และภาวะที่ “ดูเหมือน” ตาโปนแต่จริงๆ ไม่ใช่ พร้อมแนวทางรักษาตามคำแนะนำของทีมอาจารย์แพทย์โรงพยาบาลธีรพร

คลิกอ่านหัวข้อที่น่าสนใจ

ตาโปนจริงจากไทรอยด์เป็นพิษ

ตาโปน (Bulging/Protruding Eyes) คือภาวะที่เนื้อเยื่อหรือโครงสร้างดวงตายื่นดันออกมาด้านหน้าผิดปกติ พบเด่นชัดในคนไข้ที่มีประวัติหรือกำลังเผชิญโรคไทรอยด์เป็นพิษ (Graves’ disease)

ซึ่งคนไข้กลุ่มนี้มักมีอาการร่วมคือ หนังตาบนตกลงมาบดบัง เกิดภาวะตาแฉก และต้องกระพริบตาถี่ๆ เพราะแสบตาเคืองตาตลอดเวลา

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากคุณหมอ

"ตาโบ๋หลอกตา" ดูเหมือนตาโปนแต่ไม่ใช่

มีอีกภาวะหนึ่งที่หน้าตาคล้ายตาโปนแต่จริงๆ เป็นคนละเรื่องเลยคือ เกิดจากโครงกระดูกเบ้าตาใหญ่แต่กำเนิดโดยไม่มีไขมันมารองรับพอ ทำให้เห็นเป็นร่องลึกพับโบ๋รอบดวงตา 

จนลูกตาดู “เหมือน” ปูดโปนออกมา ทั้งที่จริงแล้วปัญหาคือผิวรอบๆ ยุบฝ่อเป็นโพรง อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ตาโบ๋ เบ้าตาลึก เกิดจากอะไร

ตาโปนเกิดจากอะไร

1.โรคไทรอยด์เป็นพิษ (Graves' disease)

กลไกคือ โรคไทรอยด์เป็นพิษกระตุ้นให้ไขมันในเบ้าตา (Orbital Fat) เพิ่มปริมาณและขยายตัวหนาแน่นกว่าปกติหลายเท่า 

แรงดันที่เพิ่มขึ้นจึงดันลูกตาและเปลือกตาให้โปนพองออกมา

2.ทำไมรักษาไทรอยด์หายแล้วตายังโปนอยู่

จุดที่คนไข้มักสับสนคือ แม้ระดับฮอร์โมนไทรอยด์จะกลับมาคงที่แล้ว ไขมันเบ้าตาที่ปูดโปนมาแล้ว

บางรายก็ไม่ยุบกลับเองตามธรรมชาติ จึงเป็นเหตุผลที่คนไข้กลุ่มนี้จำเป็นต้องพึ่งการผ่าตัดแก้ไข ไม่สามารถรอให้หายเองได้เสมอไป

3.โครงสร้างกระดูกเบ้าตาใหญ่แต่กำเนิด

ปัจจัยรองที่ไม่เกี่ยวกับโรคคือ บางคนมีกระดูกเบ้าตาใหญ่เป็นทุนเดิม ร่วมกับไขมันธรรมชาติน้อย ทำให้รูปตาดูถลนคล้ายโปนได้เช่นกัน

ตาโปนเกิดจากอะไร
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากคุณหมอ

ตาโปนแก้ยังไง

เงื่อนไขสำคัญที่สุด: ต้องคุมไทรอยด์ให้คงที่ก่อน

การผ่าตัดแก้ไขทำได้แน่นอน แต่ต้องรอให้คนไข้รักษาโรคไทรอยด์จนระดับฮอร์โมนคงที่และสภาวะโรคสงบก่อนเท่านั้น ไม่สามารถผ่าตัดขณะที่โรคยังไม่ควบคุมได้

เทคนิคการผ่าตัด ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของแต่ละคน

เคสไม่ซับซ้อน (ไม่มีผิวหย่อนคล้อยมาก):

ใช้ศัลยกรรมซ่อนรอยแผล ผ่าตัดทำตาใหม่ร่วมกับดูดไขมันส่วนเกินในเบ้าตาออก

เคสซับซ้อน (ผิวหนังหย่อนคล้อยเป็นแอ่งลึกร่วมด้วย):

เปิดแผลนอก ดูดไขมันส่วนเกินออกประมาณ 60-70% แล้วนำไขมันที่เหลือมา “จัดเรียงไขมัน” (Fat Repositioning) โดยเซาะร่องน้ำตาและนำไขมันมาหนุนร่องใต้ตาให้เต็มอิ่มฟู ควบคู่กับยกกระชับผิวหนัง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากคุณหมอ

ความเสี่ยงที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

การผ่าตัดเคสตาโปนจากไทรอยด์ยากและท้าทายสูงมาก เพราะรูปตามีสรีระเฉพาะจากโรค หากแพทย์ไม่ชำนาญพอ มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดขึ้นดังนี้:

  • ตาดูโปนกว่าเดิม
  • แผลรั้งจนตาเหวอะปลิ้น
  • บวมช้ำรุนแรง
  • ภาวะตาแห้งจากหลับตาไม่สนิท

กรณีมีกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงร่วมด้วย (กรณีตาโบ๋หลอกตา)

สำหรับเคสที่ดูโปนจากเบ้าตาใหญ่ ร่วมกับกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงไม่เท่ากันสองข้าง ต้องรักษาตามลำดับ:

  1. พบจักษุแพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่งรอบดวงตา (Oculoplastic Surgeon) เพื่อ ผ่าตัดแก้กล้ามเนื้อตาเลเวเตอร์อ่อนแรง จากข้างในให้บาลานซ์ทั้งสองข้างก่อน
  2. หลังกล้ามเนื้อตาทำงานปกติแล้ว จึงทำการปลูกถ่ายเติมไขมันตัวเอง (Autologous Fat Grafting) เพื่อเติมเต็มความโบ๋ลึกในเบ้าตา

เมื่อไหร่ที่ควรพบแพทย์

  • สงสัยว่าตาโปนผิดปกติ ควรพบแพทย์ต่อมไร้ท่อก่อน เพื่อตรวจว่าเกี่ยวข้องกับไทรอยด์หรือไม่
  • มีอาการร่วม เช่น แสบตา กระพริบตาถี่ หนังตาตก ควรตรวจวินิจฉัยก่อนพิจารณาเรื่องความงาม
  • หากยืนยันว่าเป็นไทรอยด์เป็นพิษ ต้องรักษาจนโรคสงบก่อนจึงพิจารณาผ่าตัดตกแต่งได้
  • หากสงสัยว่าเป็น “ตาโบ๋หลอกตา” ไม่ใช่ตาโปนจริง ควรตรวจแยกให้ชัดก่อนตัดสินใจวิธีรักษา เพราะแนวทางการรักษาแตกต่างกัน

[บทความถุงใต้ตาเกิดจากอะไร (มีเนื้อหาไทรอยด์เพิ่มเติม)]

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากคุณหมอ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ตาโปนคืออะไร?

คือภาวะที่ดวงตายื่นปูดออกมาผิดปกติ ส่วนใหญ่เกิดจากโรคไทรอยด์เป็นพิษที่ทำให้ไขมันในเบ้าตาเพิ่มขึ้นและดันลูกตาออกมา แต่บางกรณีอาจเป็น “ตาโบ๋หลอกตา” จากเบ้าตากระดูกใหญ่แต่ไม่มีไขมันรองรับ ซึ่งเป็นคนละภาวะกัน

สาเหตุหลักคือโรคไทรอยด์เป็นพิษ (Graves’ disease) ที่กระตุ้นให้ไขมันเบ้าตาเพิ่มปริมาณ นอกจากนี้โครงสร้างกระดูกเบ้าตาใหญ่แต่กำเนิดก็ทำให้ดูคล้ายตาโปนได้เช่นกัน

ไม่เสมอไป บางรายไขมันเบ้าตาที่ปูดโปนมาแล้วไม่ยุบกลับเองตามธรรมชาติ แม้ระดับฮอร์โมนจะคงที่แล้ว จำเป็นต้องผ่าตัดแก้ไข

ต้องควบคุมโรคไทรอยด์ให้คงที่ก่อนเสมอ จากนั้นแพทย์จะเลือกเทคนิคผ่าตัดตามความซับซ้อนของเคส ตั้งแต่ศัลยกรรมซ่อนรอยแผลไปจนถึงผ่าตัดแผลนอกร่วมกับจัดเรียงไขมัน ซึ่งเป็นการผ่าตัดที่มีความเสี่ยงสูง ควรเลือกแพทย์เฉพาะทาง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากคุณหมอ

รีวิว

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากคุณหมอ

สรุป

ตาโปนมีทั้งแบบที่เชื่อมโยงกับโรคไทรอยด์เป็นพิษจริง และแบบที่เป็นภาพลวงตาจากโครงสร้างกระดูกเบ้าตา (ตาโบ๋หลอกตา) ซึ่งวิธีรักษาจะแตกต่างกันออกไป 

การวินิจฉัยแยกโรคให้ถูกต้องจึงสำคัญที่สุด ก่อนพิจารณาการผ่าตัดใดๆ ควรพบแพทย์ต่อมไร้ท่อและจักษุแพทย์เพื่อตรวจยืนยันก่อนเสมอ

เนื้อหาโดย

Picture of หมอชลธิศ
หมอชลธิศ

ผศ.นพ.ชลธิศ สินรัชตานันท์
ว.5863

รู้จักคุณหมอ
Picture of หมอโจ
หมอโจ

นพ.ธนจักร สินรัชตานันท์
ว.81257

รู้จักคุณหมอ
Picture of หมอเฟิร์น
หมอเฟิร์น

พญ.ศรารินทร์ ตันติศิลปานนท์
ว.43137

รู้จักคุณหมอ
Picture of หมอนุ้ย
หมอนุ้ย

พญ.จุติมา พัตรลิดานนท์
ว.35273

รู้จักคุณหมอ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากคุณหมอ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ทีมอาจารย์แพทย์ โรงพยาบาลธีรพร